อาสาทาสีโรงเรียนวัดอุ้มผาง ไหว้พระอายุมากที่สุดในโลกฝั่งพม่า


อาสาทาสีให้โรงเรียนและ วัด เดินทางไปกราบพระครูบาบุญยัง หลวงปู่อายุมากที่สุดในโลก

รายละเอียดงานอาสา

แรงบันดาลใจ

กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมทาสีให้วัดและโรงเรียน เนื่องจากมีบริจคสีให้ทางเราเป็นจำนวนมาก เราจึงอยากจะแต้มีี่ได้รับบริจาคห้เกิดประโยชน์สูงสุด 
โดยสถานที่ทาสี จะมีทั้งหมด 2 สถานที่ 1. โรงเรียนท่านผู้หญิงวิไล อมาตยกุลฯ 2. วัดเปิงเคลิ้ง แ มีเด็กชาวไทย-พม่า…
ที่ไม่พร้อมเรียนโรงเรียนใหญ่ จำเป็นต้องอยู่ที่นี่…
แต่เพราะเป็นโรงเรียนเล็ก จึงได้งบหลวงน้อยนิด ซึ่งเราจะดูอีกทีว่าจุดไหนน่าจะต้องมีการทาสี
นอกจากนี้ยังได้ถือโอกาศไปไหว้พระที่อายุมากที่สุดในโลกฝั่งพม่า อายุ 110 ปี หลวงปู่ครูบาบุญยัง 

"หลวงปู่ครูบาบุญยัง"

เป็นโอกาศอันดีของสายบุญได้ทาสี และ ยังได้เข้าไปเจออาจารย์ครูบา ซึ่งท่านอายุมากแล้ว และ ไม่รู้ท่านจะละสังขารเมื่อไหร่


"หลวงปู่ครูบาบุญยัง" อายุมากที่สุดในโลก! อาศัยกุฏิไม้เรียบง่ายกลางป่าใหญ่ นับเป็นบุญตานักที่ใครได้เห็น อายุยืนถึง 110 ปี เผยเคยร่วมธุดงค์กับหลวงปู่แหวน และหลวงปู่ตื้อ

ที่วัดบ้านหนองโค อ.แจ้โด่ง จ.กอกะเร๊ ประเทศพม่า หลวงปู่มีเชื้อสายบรรพบุรุษเป็นชาวเวียงจันทร์ประเทศลาวที่อพยพมาอยู่พม่าตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา" ทั้งนี้ หลวงปู่จะออกปฏิบัติกรรมฐาน เดินธุดงค์อยู่รุกขมูลในป่าเขา พร้อมทั้งปฏิบัติเอาเป็นเอาตาย แลกเอาธรรม เคยเดินธุดงค์พบกันและสนทนาธรรมกับหลวงปู่แหวน,หลวงปู่ตื้อ,หลวงปู่ครูบาพรหมจักร และครูบาอาจารย์สายกรรมฐานของประเทศไทยอีกหลายองค์



หลวงปู่เปรียบดังช้างเผือกที่เก็บตัวอยู่ในป่าเขาไม่ปรากฎตัว น้อยคนนักที่จะรู้จัก แต่ใครจะนึกละว่า..ในหลวง ร.๙ ได้ส่งคณะแพทย์ที่รักษาพระองค์ไปตรวจสุขภาพร่างกายหลวงปู่ทุกปี และได้ส่งอาหารเสริมนมผงไปถวายหลวงปู่ประจำ ท่านต้องไม่ธรรมดาแน่นอน และแม้หลวงปู่จะอายุ 109 ปีแล้วท่านยังฉันข้าวเพียงแค่มื้อเดียว”

ใบปะกาศจากนายพลเต็งเส่ง ยืนยันว่าหลวงปู่อายุมากที่สุดในโลก

 เคยร่วมธุดงค์กับหลวงปู่แหวน และหลวงปู่ตื้อ 


“หลวงปู่ครูบาบุญยัง” ที่ไม่ว่ายุคสมัยหรือกาลเวลาจะเปลี่ยนเเปลงไปเป็นเช่นไร หลวงปู่ท่านก็ยังคงใช้ชีวิตในเเบบของคนสมัยก่อนท่าน ยกตัวอย่าง “กุฏิ” ที่ท่านอาศัยใช้เป็นที่จำวัดก็ยังคงเป็นกุฏิไม้ธรรมดา เชื่อเลยว่าสิ่งเร้ารอบข้างหรือเทคโนโลยีไม่ได้ส่งผลใดต่อตัวท่านเลย เเละยังมีอีกเรื่องที่ทุกคนยังไม่รู้ .ในหลวง ร.๙ ได้ ได้ส่งทีมเเพทย์ส่วนพระองค์ไปตรวจสุขภาพให้เก่หลวงพ่อทุกปี ทั้งยังส่งเครื่องอุปโภคบริโภคอาหารเสริมหลายอย่างไปให้หลวงปู่ด้วย เเละไม่ธรรมดาเเน่นอนเพราะหลวงปู่ฉันข้าวเพียงแค่มื้อเดียว เเต่อายุของท่านมากถึง 109 ปี 

ข้ามแดนอุ้มผาง ฟังเสียงที่คนไทยไม่ได้ยิน



บ้านหนองมั่งมี 145 หลังคาเรือน ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนลาวที่อพยพจากเวียงจันทร์มานานมากกว่า 100 ปี สำเนียงภาษายืนยันตัวตนได้ชัดเจน เพียงแต่สาเหตุของการอพยพและช่วงเวลาที่อพยพมีเพียงคำบอกเล่าหลากหลายที่ไม่อาจสรุปได้
จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน ระบุว่ามีหมู่บ้านที่พูดภาษาไทยและเว้าลาวอยู่ในย่านนี้รวมแล้วไม่น้อยกว่า 10 แห่ง ทั้งหมดเหมือนเป็นเครือญาติที่รู้จักและเพิ่งพาอาศัยกัน แต่พวกเขาเป็นกลุ่มคนน้อยนิดในฝั่งพม่า ดังนั้นเมื่อทหารพม่าและทหารกะเหรี่ยงรบกัน พวกเขาจึงต้องหนีตายกลับมาอยู่ฝั่งไทย แม้จะกลายเป็นคนเถื่อน อีกหมู่บ้านหนึ่งที่พวกเราแวะตอนขากลับคือบ้านโต้งมะโด่งซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่เรียกตัวเองว่าไทยยวนเช่นกัน และได้พูดคุยกับพ่อเฒ่าคำมาหรือที่ชาวบ้านเรียกแกว่าหนานอ้าย อายุ 92 ปี ซึ่งบอกว่าบรรพบุรุษอพยพมาจากเมืองน่านของไทยเหมือนกัน แต่เป็นการเข้ามาทำมาหากินในยุคที่อังกฤษเข้ามาทำไม้

ตารางกิจกรรม

1 พย
19.00 เดินทางจาก ปตท bts สนามเป้าไปยังอุ้มผาง
2 พย .
ถึงบ้านแม่กลองคลี ทาสีจุดที่ 1
ถึงบ้านเปิงเคลิ้งทาสีจุดที่ 2 ที่โรงเรียนเปิงเคลิ้งของคุณหญิง
จุดที่สาม ทาสีที่ วัดเปิงเคลิ้งให้กำแพงวัด 
และ สันทนาการกับเด็กๆกะเหรี่ยงและ พม่า
ทานอาหารเย็นที่เราเตรียมให้
3. พย 
7.00 ทานอาหารเช้าที่เราเตรียมให้
นั่งรถ 4wd ข้ามไปยังเมืองใจโด ฝั่งพม่า กราบหลวงปู่พูดคุยเเละ เรียนรู้การใช้ชีวิตแบบ พอเพียง นอกจากนี้ได้พบปะพูดคุณกับชาวบ้าน ซึ่งสามารถคุยภาษาไทยได้ ที่ บ้านโต้งมะโด่ง และ บ้านหนองมั่ง
17.00 ข้ามมายังฝั่งไทย ทานอาหารเย็นที่เราเตรียมให้

4 พย
ทานอาหารเช้าที่เราเตรียมให้
9.00 เดินทางกลับกรุงเทพ
22.00 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ 

*** กิจกรรมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ***
อาสาต้องนำบัตรประชาชน และ ถุงนอนมาด้วย นอกจากนี้พิ้นที่ห่างไกล ต้องรับสภาพในส่วนที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ***

ทักษะ :

งานนี้จัดช่วง พฤหัสบดี, 01 พ.ย. 2561 19:00 ถึง อาทิตย์, 04 พ.ย. 2561 22:00 (งานค้างคืน)

เปิดรับ : 19 ตำแหน่ง ใช้เวลา : 75 ชม. ปิดรับสมัครภายใน : พุธ, 31 ต.ค. 2561 00:00

 

ชื่อสถานที่จัดงาน : โรงเรียนท่านผู้หญิงวิไล อมาตยกุลฯ ตำบล : อุ้มผาง อำเภอ : อุ้มผาง จังหวัด : ตาก 63170

การเดินทาง

คำอธิบายสถานที่จัดงาน

ปั้มปตท สนาม เป้า

รายละเอียดค่าใช้จ่าย

รายละเอียดค่าใช้จ่าย

1. กดสมัครร่วมกิจกรรมผ่านระบบธนาคารจิตอาสา เพื่อสะสมชั่วโมงอาสา
2. แจ้งข้อมูลส่งมาที่ inbox ของ page One fine day
3. รอการตอบรับ
4. โอนเงิน 3200 บาท/คน มาที่บัญชีสะสมทรัพย์ ธนาคารทหารไทย เลขบัญชี 235-2-36290-5 ชื่อบัญชี นาย สุธี วัฒนกุล หรือ ไทยพานิช 406-466738-5 ชื่อบัญชี นาย สุธี วัฒนกุล<
5. แจ้งจำนวนเงิน วันที่ และเวลาโอนเงินกลับมา (ถ่ายรูปหรือสแกนสลิปก็ได้ ถ้าโอนผ่านระบบเวปไซต์สามารถตรวจสอบได้เอง หรือ Capture รูปหน้าจอหลังจากการโอน)
6.กรอกข้อมูลที่การสมัคร และ upload slip ที่ เพจ
www.facebook.com/onefinedayclub
7.กดเข้าร่วมในห้องกิจกรรมได้เลยคับ และ รอประกาศรายชื่อ
https://www.facebook.com/events/239043970017014/

สิ่งที่รวมในทริป
1. ค่ารถไปกลับกรุงเทพ
2. เสื้อกิจกรรม 1 ตัว
3. ค่าอุปกรณ์ทำอาสาสมัคร
4.เงินบริจาคให้ทางวัด
5. รถ 4wd ข้ามฝั่งพม่า
6. ค่าอาหาร 4 มื้อ
7. ค่าประกันการเดินทาง



รายละเอียดประกันการเดินทาง วงเงินในกรณีเสียชีวิต 100000 บาท
วงเงินรักษาพยาบาลไม่เกิน 10000 บาท

ความคุ้มครอง

-การประกันอุบัติเหตุช่วงสั้น

-คุ้มครองการเสียชีวิต
+การสูญเสียอวัยวะ และสายตา
+ค่ารักษาพยาบาล


ข้อตกลงคุ้มครอง



-ถ้าความบาดเจ็บที่ได้รับทำให้ผู้เอาประกนภัยเสียชีวิต หรือสูญเสียมือ เท้า และสายตา

+ภายใน 180 วัน นับแต่วันเกิดอุบติหตุ
+หรือความบาดเจ็บที่ได้รับทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องรักษาตัวติดต่อกันในโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาล หรือคลีนิค และเสียชีวิต หรือสูญเสีย มือ เท้า และสายตา เพราะความบาดเจ็บนั้น



การสูญเสียอวัยวะ


-การสูญเสียมือหรือเท้า : หมายความถึง
+การถูกตัดออกตั้งแต่ข้อมือหรือข้อเท้า หรือ
+สูญเสียสมรรถภาพในการใช้งานของอวัยวะนั้นโดยถาวร

-การสูญเสียสายตา
+ตาบอดสนิท และไม่มีทางรักษาได้ตลอดไป

การชดใช้ค่าสินไหม


-100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย


+เสียชีวิต


+สูญเสียมือ เท้า และสายตา รวมกันตั้งแต่ 2 ชิ้น ขึ้นไป


-60% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย


+สูญเสียมือ เท้า และสายตา ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง

ติดต่อสอบถาม

ชื่อ : วันฟายเดย์
เบอร์ติดต่อ : 0831919554
Line : navigatorsutee
E-mail : mongwin123@gmail.com



สอบถาม/แบ่งปันประสบการณ์จากงานอาสา


No Comment